Loading...

ด่วน ! “ชาเจ๊ะเหม” พืชพยุงเศรษฐกิจตัวใหม่ เตรียมขยับขึ้นแท่นแทนยางพารา

ด่วน !!! “ชาเจ๊ะเหม” พืชพยุงเศรษฐกิจตัวใหม่ เตรียมขยับขึ้นแท่นแทนยางพารา 

ชุมชนบ้านเจ๊ะเหม หมู่ 3 ต.แว้ง จ.นราธิวาส เป็นหมู่บ้านริมเชิงเขา มีลักษณะลาดเอียง ผู้คนปลูกบ้านพักบ้านอาศัยกระจัดกระจายกัน ประมาณ 100 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่ มีรายได้หลักจากการทำเรือกสวนไร่นา

จุดเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้ มีต้นไม้ทรงพุ่มพันธ์หนึ่ง ใบนำมาต้มกิน มีสรรพคุณทางยา เล่ากันว่า เยียวยารักษาอาการได้ถึง 7 โรค คือ ช่วยให้เจริญอาหาร, ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย, ช่วยแก้กระหายน้ำ, ช่วยขับเสมหะ, ช่วยชะลอการเกิดโรค มะเร็งต่างๆ, ช่วยกำจัดสารพิษในลำไส้, ช่วยแก้ท้องร่วง และท้องเสีย ชาวบ้าน ขนานนาม “ชาเจ๊ะเหม” เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของหมูบ้าน

สำหรับความเป็นมาของต้นชาพันธ์นี้ นางหัสนี เด่นดารา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาเจ๊ะเหม เล่าว่า เดิมทีชาวจีนที่อพยพเข้ามา เพื่อขุดหาทองคำบนภูเขาโต๊ะโมะ อ.สุคิริน เมื่อปี 2475 ได้นำต้นชาพันธ์อัสสัมของอินเดีย มาปลูกไว้บนภูเขาโต๊ะโมะ เมื่อเกิดมหาสงครามเอเชียบูรพา กลุ่มชาวจีนบางส่วนได้พากันอพยพจากยอดเขาลงมาตั้งรกรากอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเจ๊ะเหม และได้นำต้นชาพันธ์นี้ลงมาปลูกไว้ด้วย

Loading...

เมื่อปี พ.ศ. 2515 ครอบครัวกลุ่มชาวจีน ที่อพยพลงมาทำไร่ชาอบแห้ง จนมีฐานะร่ำรวยแล้วนั้น ได้พากันโยกย้ายถิ่นฐานออกไป เพื่อไปหาทำเลการค้าแห่งใหม่ ทิ้งช่วงการผลิตใบชาไปถึง 18 ปี จนถึง พ.ศ. 2543 กลุ่มแม่บ้านในชุมชนบ้านเจ๊ะเหม จึงได้รวมตัวกันฟื้นฟูการทำไร่ชาขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผลิตเป็นสินค้าใบชาอบแห้งเพียงชนิดเดียว

ปัจจุบัน หลังลองผิด ลองถูก มากว่า 19 ปี ด้วยมากด้วยสรรพคุณทางยา ณ. วันนี้ นักวิชาการจากศูนย์พืชสวนตรัง ได้นำคณะเดินทางลงมาศึกษา เพื่อพัฒนาต่อยอด จน “ชาอัสสัม” ซึ่งเป็นพืชชนิดหนึ่งในตำนานเหมืองทองโต๊ะโมะ กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ขยับขึ้นแทนยางพารา ภายในเร็วๆ นี้ โปรดติดตามกันตอนต่อไป

CR. NARA NEWS

Loading...